top
logo

คลิปงานสัมมนา

คลิปงานสัมมนา
Modernizing and Improving the Effectiveness of IT, 14 May 10

Quick Scan

สแกนไวรัสออนไลน์
BitDefender Free Quick Virus Scan Online


ไอบีเอ็มเปิดตัวนวัตกรรมโครงสร้างไอทีแห่งศตวรรษที่ 21 Print E-mail
Breaking News
Written by Windows ITPro News   
Thursday, 05 March 2009 11:29
นวัตกรรมที่ผนวกรวมโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและดิจิตอลเข้าด้วยกัน
รองรับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในยุคที่โลกเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกัน


กรุงเทพฯ 4 มีนาคม 2552: บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เปิดตัวบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อช่วยให้ลูกค้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบต่าง ๆ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบอัตโนมัติ การควบรวมระบบ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางดิจิตอลและทางกายภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบก้าวกระโดด ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถตอบสนองและจัดการกับความท้าทายที่มาพร้อมกับโลกที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้พรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ของไอบีเอ็มถูกออกแบบขึ้นเพื่อช่วยให้ลูกค้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่สอดรับกับความท้าทายที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้นทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามทางด้านไอทีรูปแบบใหม่ ๆ ระบบห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชน) ที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา กฏเกณฑ์หรือระเบียบใหม่ ๆ ที่มีผลต่อการจัดการระบบไอที หรือแม้กระทั่งความท้าทายในยุคที่โลก ?ฉลาดขึ้น? ไม่ว่าจะเป็นการที่ประชากรหนึ่งในสามของโลกจะอยู่บนอินเทอร์เน็ตภายในปีพ.ศ. 2554 จำนวนผู้ที่เข้าเว็บผ่านมือถือกว่า 4 พันล้านคนในปัจจุบัน หรือปริมาณข้อมูลเชิงลึกที่เพิ่มขึ้นจำนวนมหาศาลซึ่งมีผลมาจากเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ใช้ในโลกสารพัดแบบ เช่น สมาร์ทเซ็นเซอร์ที่ใช้งานอยู่ตามจุดต่าง ๆ รอบตัวเรา อาร์เอฟไอดีแท๊กส์ ระบบสาธารณูปโภคที่ใช้ระบบกริดอัจฉริยะ เป็นต้น ความท้าทายเหล่านี้คือโจทย์ที่สำคัญต่อการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีสำหรับองค์กรในยุคปัจจุบัน

ด้วยความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายดังกล่าว ไอบีเอ็มได้ออกแบบและพัฒนาแนวทางโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบไดนามิก
(Dynamic Infrastructure) เพื่อรองรับความท้าทายต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

? การผนวกรวมโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและดิจิตอลเข้าด้วยกัน เพื่อให้องค์กรสามารถใช้ไอทีในการบริหารจัดการระบบงานธุรกิจ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถรองรับบริการในรูปแบบใหม่ ๆ (รูปแบบบริการดังกล่าวเรียกว่า การจัดการด้านบริการ หรือ Service Management) ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

? ความสามารถในการบริหาร จัดเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ที่เพิ่มขึ้นถึง 15 เพทาไบต์ในแต่ละวัน ด้วยปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นมหาศาลซึ่งเป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและระบบอัจฉริยะต่าง ๆ นี้เอง ทำให้องค์กรต่าง ๆ จำต้องหาวิธีบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีระบบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกันก็จำต้องให้การบริหารจัดการข้อมูลสอดคล้องกับกฎระเบียบต่าง ๆ? และกฏเกณฑ์ใหม่ ๆ? ไม่ว่าจะเป็นนโยบายในการเก็บรักษาข้อมูล การบริหารความเสี่ยง และการจัดการด้านความปลอดภัยข้อมูล เป็นต้น

? ความจำเป็นที่ต้องบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบไอทีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากปัจจุบันองค์กรหลายแห่งต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เกี่ยวกับระบบดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าพื้นที่ ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นถึง 8 เท่าจากปีพ.ศ. 2539 ในขณะที่การใช้งานโดยเฉลี่ยของระบบเซิร์ฟเวอร์โดยทั่วไปมีอัตราการใช้งานเพียงแค่ 6-15% เท่านั้น ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง

ด้วยความท้าทายต่าง ๆ นี้เอง ไอบีเอ็มจึงคิดค้นและออกแบบผลิตภัณฑ์ บริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรที่ต้องการระบบที่มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ (Dynamic Infrastructure) ดังต่อไปนี้?


? เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และซอฟต์แวร์เพื่อจัดการปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อน (Data Deduplication) ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าวได้แก่ ไอบีเอ็ม โปรเท็คเทียร์ (IBM TS7650 ProtecTIER? Deduplication Appliance)
ซึ่งถูกออกแบบขึ้นเพื่อจัดการปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อนและช่วยให้ลูกค้าสามารถเก็บรักษาข้อมูลได้นานขึ้น พร้อมทั้งช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรให้มีประสิทธิภาพและมีความเสถียรมากขึ้น ช่วยองค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการลดการใช้พลังงาน พื้นที่ติดตั้ง และการบำรุงรักษา และจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลขององค์กร

? ระบบสตอเรจ ไอบีเอ็ม เอ็กซ์ไอวี (IBM XIV) ระบบสตอเรจรุ่นใหม่ซึ่งถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลทำได้รวดเร็วขึ้น เช่นในกรณีที่ข้อมูลมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากการใช้งานแอพพลิเคชั่นทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น แอพพลิเคชั่นด้านการเงิน ระบบโรงพยาบาล หรือเวิร์กโหลดใหม่ๆ เช่น สื่อดิจิตอล และเว็บ 2.0 เป็นต้น

? เซิร์ฟเวอร์ซิสเต็ม ซี10 (System z10) หรือเมนเฟรม ทั้งเอ็นเตอร์ไพรส์คลาส (EC) สำหรับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ และบิสิเนส คลาสสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอันหลากหลาย และมีความยืดหยุ่น รองรับกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็มีจุดเด่นเรื่องความสามารถในการจัดการพลังงาน และระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งนอกจากจะช่วยองค์กรลดค่าใช้จ่ายแล้วยังมีความเสถียรและปลอดภัยสูงอีกด้วย

? ซอฟต์แวร์และบริการใหม่ภายใต้โซลูชั่นไอบีเอ็ม เซอร์วิส แมเนจเมนท์ ซอฟต์แวร์และบริการดังกล่าวถูกออกแบบขึ้นเพื่อธุรกิจ 7 ประเภท ได้แก่ กลุ่มสาธารณูปโภค เคมีและปิโตรเลียม โทรคมนาคม ค้าปลีก ธนาคาร อิเล็กทรอนิกส์ และการผลิต? โดยซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เช่น ไอบีเอ็ม ทิโวลี่และการบริการทั้งในด้านการให้คำปรึกษาและการสนับสนุนทางเทคโนโลยี ล้วนสนับสนุนให้องค์กรสามารถออกแบบและติดตั้งระบบไอทีที่จัดการและตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดในลักษณะรวมศูนย์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการใช้ทรัพยากรทางด้านไอทีขององค์กร เช่น อุปกรณ์เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ?มิเตอร์อัจฉริยะ? และ RFID เป็นต้น

? บริการทางด้านการรักษาความปลอดภัยจากแผนกไอเอสเอสของไอบีเอ็ม (Internet Security Systems ? ISS)
? ช่วยให้ลูกค้าองค์กรปกป้องข้อมูลสำคัญๆ ตั้งแต่ระบบเครือข่ายภายในองค์กรไปจนถึงเครือข่ายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล็ดลอดนำข้อมูลสำคัญออกไปผ่านเครือข่าย โซลูชั่นการเข้ารหัสเพื่อปกป้องข้อมูล เช่น ในกรณีที่อุปกรณ์เชื่อมต่อสูญหายหรือถูกโจรกรรม นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบและควบคุมการใช้อุปกรณ์สตอเรจภายนอกเพื่อจัดเก็บและเคลื่อนย้ายข้อมูล และการปรับปรุงความปลอดภัยของอีเมลทั้งขาเข้าและขาออก เป็นต้น

? ซอฟต์แวร์อินโฟสเฟียร์ แวร์เฮาส์ (InfoSphere Warehouse) ซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้ในแบบเรียลไทม์ โดยอ้างอิงจากข้อมูลธุรกิจสำคัญๆ เพื่อปรับปรุงการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการบริหารคลังข้อมูล (Data Warehouse) ที่สนับสนุนแอพพลิเคชั่นระบบธุรกิจอัจริยะ (Business Intelligence) เช่น ซอฟต์แวร์คอกนอส เป็นต้น

? ซอฟต์แวร์ไอบีเอ็ม ซิสเต็มส์ ไดเร็คเตอร์? (IBM Systems Director) ซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรทั้งแบบกายภาพและเสมือนในระบบดาต้าเซ็นเตอร์ในปัจจุบัน? ซึ่งทำงานในสภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ยูนิกซ์ หรือ ลินึกซ์ โดยเครื่องมือต่าง ๆ ในซอฟต์แวร์นี้ นอกจากจะช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายไอทีสามารถควบคุมและสร้างระบบอัตโนมัติสำหรับเซิร์ฟเวอร์ทั้งแบบกายภาพและเสมือน หรือปรับ เพิ่ม ลดการใช้พลังงานตามความจำเป็น รวมทั้งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิของฮาร์ดแวร์และการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังช่วยตรวจสอบการทำงานของฮาร์ดแวร์ระยะไกล และดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเมื่อได้รับการแจ้งเตือนอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย


รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมโครงสร้างไอทีสำหรับศตวรรษที่ 21 ของไอบีเอ็ม
สามารถเข้าไปที่ http://www.ibm.com/dynamicinfrastructure

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด
วีระกิจ โล่ทองเพชร
โทร : 02 273 4117
อีเมล์: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
 

Magazine

 
 
June-July 2011
ฉบับที่ 90 ปีที่ 8

WinITPoll Survey


ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ที่ได้รับรางวัล Lucky draw
จากการร่วมตอบแบบสอบถาม หัวข้อ “การวางแผนและเตรียมตัวสู่เทคโนโลยี Cloud Computing"

Cloud Computing

Advertising


IBM-Tec-Expo2011

Digitalcom 

World Vision Foundation of Thailand
 







bottom
top

Who's Online

We have 10 guests online

Editorial

Social Media

WindowsITPro Club
@WindowsITPromag

bottom

Copyright© 2008-2010 by VBT Communications Co., Ltd. All Right Reserved. (MAP)